23 มี.ค. 2558

ตำนานขนมครก นิทานอาเซียน ประเทศไทย


อากาศร้อน ชวนหนอนอ่านหนังสือ

       ปิดเทอมของหนอนน้อยก็คือการอ่าน วันนี้ห้องสมุดประชาชนอำเภอเชียงกลางมีเรื่องราวศิลปะไทย ความมุ่งมั่นของสาวน้อยคนเก่ง มาฝากกัน 


          วัยใสหัวใจโขน สารคดีเยาวชนชนะ เลิศรางวัลแว่นแก้ว ประจำปี 2554 กับเรื่องราวของเพื่อนรักระหว่างนายปกป้องและนางสาวน้ำใส เมื่อหนุ่มจอมทะเล้นดันไปสัญญาว่าจะเล่าเรื่องโขนให้ฟัง ทั้งที่ตัวเองแอบเคลิ้มหลับ ในชั่วโมงนาฏศิลป์ตลอด แต่เพื่อไม่ให้เสียคำพูดหนุ่มปกป้องจึงต้องค้นตำรามาเล่าสู่กันฟัง ตั้งแต่ที่มาของโขน นาฏศิลป์ชั้นสูงที่กำเนิดในสมัยกรุงศรีอยุธยา วิวัฒนาการจากอดีตถึงปัจจุบัน รามเกียรติ์กับโขน ศิลปะโขนแบบไฟฟ์ อิน วัน เครื่องแต่งกายโขน และปี่พาทย์ที่ขาดไม่ได้ ครัวโขนคืออะไร แล้วนายโขน นางโขน หมายถึงใคร และมารยาทในการดูโขน สนใจเรื่องราวศิลปะไทย หาอ่านได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอเชียงกลางจ้า

7 มี.ค. 2558

มอบหนังสือแทนสื่อแห่งความรัก


มอบหนังสือแทนสื่อแห่งความรัก   ห้องสมุดประชาชนอำเภอเชียงกลาง  ขอขอบคุณผู้ใช้บริการและสมาชิกห้องสมุดที่  มอบหนังสือ สนับสนุน และส่งเสริมการอ่านให้ชุมชน  เดือนกุมภาพันธ์ 2558 ดังนี้


1.    คุณสมคิด  เมืองแก่น และคุณประจิน  เมืองแก่น  บ้านสบกอน 2  ต.เชียงกลาง   บริจาคหนังสือ นวนิยายไทย และนวนิยายจีน (กำลังภายใน)   จำนวน  ๔๓  ชื่อเรื่อง  ๔๙ เล่ม


2.  คุณแพรวนภา  ขันทะสีมา บ้านเหล่า ต.พระพุทธบาท อ.เชียงกลาง บริจาคหนังสือ นวนิยายไทย  จำนวน ๑๐  เรื่อง


3.   ตัวแทนบริษัทนิ่มซี่เส็ง สาขาเชียงกลาง  มอบวารสาร ฉบับเดือนกุมภาพันธ์  2558
ขอขอบคุณทุกๆท่านที่มีส่วนร่วมส่งเสริมการอ่านให้กับชุมชนอย่างดียิ่ง

2 มี.ค. 2558

"สิเนหามนตาแห่งลานนา"



                        "สิเนหามนตาแห่งลานนา"  นิยายอิงตำนานลานนาตะวันออก  ประพันธ์โดย นายบัณฑูร ล่ำซำ จินตนิยายรักแห่งเมืองน่าน แบ่งออกเป็นสองภาค คือ ภาคแจ้ง ที่เป็นปัจจุบัน และ ภาคเงา ที่เป็นอดีตเมื่อ 600-700 ปีก่อน สลับกันไปทุกฉาก เป็นนิยายรักแห่งการพลัดพราก ไม่ใช่ชิงรักหักสวาท โดยนางเอก นางพระญาแม่ท้าวคำปิน ชายา พระญาเก่าเกื่อน แห่ง ราชวงศ์พูคา ราชวงศ์แรกของ อาณาจักรน่าน กลับชาติมาเกิดในปัจจุบัน และเดินทางไปเที่ยวจังหวัดน่านเป็นเวลา 7 วัน แค่โครงเรื่อง ก็ชวนให้สนใจติดตามเสียแล้ว  คุณบัณฑูร ได้สอดแทรกแนวคิด การปกครอง การบริหาร การจัดการเรื่องน้ำ ทรัพยากร ไปจนถึงเรื่อง การเมือง  ติดตามอ่านได้ที่ห้องสมุดประชาชนอำเภอเชียงกลางคะ  

นิทานหรรษา


นิทานกระต่ายกับเต่าภาษาอังกฤษ


ภูมิปัญญาการทำข้าวแคบ

 ความสำคัญของภูมิปัญญา    


"ข้าวแคบ" ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ..  2542  ได้ให้ความหมายไว้ว่า
คือ "ข้าวเกรียบที่มีรสเค็ม ๆ อย่างข้าวเกรียบกุ้ง" ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นภาคเหนือที่เข้าใจกันดี แต่คนท้องถิ่นอื่นอาจไม่คุ้นเคยว่า ข้าวแคบ คืออะไร แต่เมื่ออธิบายต่อไปว่าคือ ข้าวเกรียบธรรมดา เป็นของกินชนิดหนึ่งที่ทำด้วย หรือข้าวเหนียว เป็นแผ่นตากให้แห้ง

วิธีทำ / ส่วนผสม
            1. น้ำ                           1  ลิตร
            2. เกลือป่น                     1  ช้อนชา   
            3. งาดำ                          1  ถ้วยตวง        
            4. แป้งข้าวจ้าว    100   กรัม
            5.แป้งข้าวเหนียวก.ก.
  ขั้นตอนการทำ
           1 . นำแป้งข้าวเหนียว , แป้งข้าวจ้าว ผสม เกลือ, คลุกให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำลงไปผสมให้เข้ากัน
            2. นำมากรองในกระชอนเพื่อไม่ให้แป้งติดกันเป็นก้อน แล้วโรยงาดำลงไป
            3. ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือดโดยใช้ผ้ากลึงไว้ด้านบน จากนั้นตักส่วนผสมใส่บนผ้าที่กลึงไว้ซึ่งจะตักใส่ ประมาณ 1 ทัพพี แล้วเกลี่ยให้เป็นรูปวงกลมให้ทั่วแผ่น
          4. จากนั้นรอให้สุก (สังเกตโดยแป้งจะออกสีใสๆ และบริเวณขอบรอบๆจะโก่งขึ้นมา) ก็ใช้ไม้ไผ่เหลาเป็นแผ่นบางๆ ตักเอาแผ่นแป้งออก แล้วนำมาวางบน คา  ( หญ้าคาตากแห้งที่เอามาไพ หรือ ถัก ใช้สำหรับมุงหลังคา )  ที่เตรียมไว้จนเต็มก่อนนำไปตากแดด
            5 . เมื่อตากแดดจนแห้งก็นำมาเก็บใส่ถุงไว้ เมื่อต้องการจะรับประทานก็นำมาทอดหรือย่างไฟอ่อนๆได้เลย  การย่าง หรือ การฮิงข้าวแคบ คือการนำเอาข้าวแคบไปปิ้งหรือย่างไฟ  ส่วน การทอด ภาษาท้องถิ่นมักเรียกว่า    การจืนข้าวแคบ ก็จะได้ข้าวแคบที่มีรสชาติแตกต่างกันไป
ประโยชน์ของภูมิปัญญา
                    ข้าวแคบ เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมาถึงทุกวันนี้ เป็นอาหารว่างที่มีราคาไม่แพง และปลอดสารพิษ ทั้งยังเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชน